Category: บทความทั่วไป

คลื่นไมโครเวฟ อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่?

คลื่นไมโครเวฟ คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหมือนคลื่นวิทยุ คลื่นทีวี คลื่นแสงอินฟาเรด แสงอัลตร้าไวโอเล็ต และอีกหลายๆ คลื่นแหละค่ะ หลักการทำงานของมันคือ คลื่นไมโครเวฟจะพุ่งเข้าไปกระทบอาหาร ถ่ายทอดพลังงานให้โมเลกุลของน้ำทั้งใน และนอกอาหาร  จนเกิดการสั่นสะเทือน และเสียดสีกันจนเป็นความร้อน จนทำให้อาหารสุก 

แสงสีส้มในเตาไมโครเวฟ เป็นอันตรายหรือไม่?

ไม่เป็นอันตรายใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ เพราะคลื่นไมโครเวฟจะไม่สามารถทะลุผ่านฝาตู้ออกมาภายนอกได้เลย เพราะมีแรงทะลุทะลวงต่ำกว่าแสงอินฟาเรด แสงธรรมดา รวมไปถึงรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต รังสีเอ๊กซ์ หรือรังสีแกมมาเสียอีก

ทานอาหารที่ผ่านคลื่นไมโครเวฟบ่อยๆ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่?

คลื่นไมโครเวฟจะพุ่งผ่านอาหารที่เราใส่เข้าไปในเตา เพื่อทำให้เกิดการสั่นสะเทือน จนเกิดเป็นความร้อนที่ทำให้อาหารสุก แต่ตัวคลื่นไมโครเวฟเอง เมื่อถ่ายทอดพลังงานให้กับอาหารแล้ว ตัวมันเองก็จะสลายหายไป ไม่เหลือตกค้างไว้ในอาหาร ภาชนะ หรือในสิ่งใดทั้งสิ้น ดังนั้นการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก หรืออุ่นจากไมโครเวฟบ่อยๆ ไมได้ทำให้ร่างกายได้รับอันตรายแต่อย่างใด

อันตรายที่มากับเตาไมโครเวฟ

แม้ว่าไมโครเวฟจะปลอดภัยในการใช้งานอย่างมาก แต่จะเป็นอันตรายกับเราทันที ถ้าเตาไมโครเวฟอยู่ในสภาพชำรุด เช่น ฝาตู้ปิดได้ไม่สนิท มีรอยรั่ว เพราะอาจทำให้คลื่นไมโครเวฟรั่วไหลออกมาภายนอกได้

นอกจากนี้ หากปล่อยให้ไมโครเวฟสกปรกจากการอุ่นอาหารนานๆ ไม่ยอมทำความสะอาด ความเค็มของอาหารจะทำให้เตาไมโครเวฟเกิดคราบสนิม จนอาจเกิดเป็นรอยทะลุ และคลื่นไมโครเวฟรั่วได้เช่นกัน

 ใช้เตาไมโครเวฟอย่างไร ให้ถูกวิธี

  1. เลือกภาชนะที่ปลอดภัยในการใช้กับเตาไมโครเวฟเท่านั้น เช่น จานชามกระเบื้อง ภาชนะทนไฟ พลาสติกทนความร้อน และภาชนะที่ทำจากไม้ หรือกระดาษ ข้อสังเกตอักจุดหนึ่งคือ เลือกซื้อภาชนะที่ฉลากบอกไว้ว่า ใช้ร่วมกับเตาไมโครเวฟได้
  2. ห้ามใช้ภาชนะ จานชาม ที่ทำจากโลหะ หรือมีส่วนผสมของโลหะ ภาชนะกระเบื้องที่มีขอบเงินขอบทอง รวมไปถึงฟอยล์ห่ออาหารสีเงิน กับเตาไมโครเวฟเป็นอันขาด เพราะคลื่นไมโครเวฟจะไม่สามารถทะลุผ่านโลหะได้ อาจเกิดการสะท้อนกลับของคลื่น สปาร์คเป็นประกายไฟเล็ก หรืออาจทำให้ไฟลุกไหม้ในเตาไมโครเวฟได้
  3. หมั่นทำความสะอาดเตาไมโครเวฟหลังใช้อยู่เสมอ อย่าให้คราบอาหาร คราบน้ำมัน เกาะติดไมโครเวฟเป็นเวลานาน เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเราเอง และเพื่อยืดอายุการใช้งานของเตาไมโครเวฟด้วย
  4. อาหารที่มีไขมัน ผิวมัน เปลือกแข็ง หรือมีน้ำเป็นส่วนประกอบในลักษณะปิด ไม่มีรูระบายอาการ เช่น ไข่แดง หรือกล่องอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ควรเอาส้อมจิ้ม หรือเจาะรูระบายอากาศ หรือดปิดฝาแง้มๆ เอาไว้ด้วย เพราะความร้อนจะทำให้อากาศภายในดันตัวออกมา หากไม่มีรูระบายอากาศ อาจทำให้อาการระเบิดเสียงดังได้
  5. เลือกใช้เตาไมโครเวฟเฉพาะอย่างผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ มีตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัย มีประกัน และควรอ่านคู่มือที่แนบมากับเตาไมโครเวฟก่อนใช้งาน

 

โรคเสพติดเซ็กส์

 

เซ็กส์จะเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่การมีเซ็กส์มากเกินไป ก็อาจกลายเป็น โรคเสพติดเซ็กส์ ได้ แล้วรสนิยมเรื่องเซ็กส์แบบที่เราเป็นอยู่จะใช่โรคนี้หรือไม่ ต้องมีเซ็กส์บ่อยหรือระดับในความต้องการทางเพศมากน้อยแค่ไหน ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นโรคเสพติดเซ็กส์ มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

แบบไหนที่เรียกได้ว่าเป็น โรคเสพติดเซ็กส์

โรคเสพติดเซ็กส์ หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Sex addiction สามารถพบได้ทุกเพศ และที่บอกว่าเป็นโรค เพราะว่าโรคนี้ไม่ใช่ภาวะความต้องการทางเพศสูงธรรมดาอย่างเดียว การที่แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้ได้ คือ ต้องมีความต้องการทางเพศสูงระดับที่ว่า วันๆ หนึ่งหมกมุ่นเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ ช่วยตัวเอง หรือดูสื่อภาพ วิดีโอต่างๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศแบบทั้งวัน มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การทำงานต่างๆ แล้วมีความถี่ ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งในคนปกตินั้นเมื่อตอบสนองความต้องการทางเพศของตนเองแล้ว ส่วนใหญ่จะทำประมาณ 1-2 ครั้งก็จะเริ่มพอใจ แต่โรคนี้ผู้ป่วยจะมีความต้องการตลอดทั้งวันจนกระทบต่องานหรือการใช้ชีวิตปกติ

สาเหตุของโรคเสพติดเซ็กส์ 

โรคเสพติดเซ็กซ์นี้มักจะเกิดในกลุ่มเสี่ยงของคนที่ประสบกับความทุกข์ ความล้มเหลวในชีวิต อารมณ์ซึมเศร้า คนที่ไม่สามารถหาความสุขจากแง่มุมด้านอื่นๆ ของชีวิตได้ หรือไม่สามารถหาความผ่อนคลายระบายความทุกข์จากสิ่งรอบๆ ตัวพวกเขาได้ ยกตัวอย่างเช่นดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา (ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน)

แต่พวกเขาใช้เซ็กส์ หรือการช่วยตัวเองเพื่อผ่อนคลายความทุกข์ ความเครียดให้ลืมสิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นไป ซึ่งเมื่อทำไปนานๆ เข้าสมองจะเริ่มเรียนรู้ว่าถ้าเรามีเซ็กส์ หรือช่วยตัวเองอย่างนี้จะทำให้หายเครียด หายทุกข์ หลังจากนั้นเมื่อกระตุ้นบ่อยนานวันเข้า ก็จะเริ่มรุนแรงมากขึ้นควบคุมไม่ได้

การเข้าถึงวิดีโอโป๊เปลือยที่ง่ายขึ้นในโลกออนไลน์ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายขึ้น แต่นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ความผิดปกติทางฮอร์โมนที่ทำให้เสพติดเซ็กส์ได้

โรคเสพติดเซ็กส์รักษาได้

สำหรับแนวทางการรักษาหลักๆ คือ การค้นหาสาเหตุทางจิตใจแล้วรักษาด้วยวิธีจิตบำบัด เช่น เมื่อเกิดความทุกข์ขึ้นแล้ว อาจจะจัดการความทุกข์ด้วยวิธีระบายให้ฟัง เหมือนฝึกให้ระบายจัดการกับอารมณ์ในทางที่ถูกต้อง บางครั้งอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเลย เพราะว่าโรคเสพติดเซ็กส์ ก็คล้ายๆ กับโรคติดการพนัน ติดยาเสพติด ติดเกมส์ คือต้องแยกผู้ป่วยออกจากสภาวะแวดล้อมที่จะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เมื่อแยกออกมาจากสภาวะแวดล้อมนั้นออกมาได้แล้ว ความต้องการก็จะค่อยๆ ลดลง ต้องใช้เวลารักษานาน ส่วนมากจะใช้เวลาเป็นเดือน และซึ่งยารักษาโรคซึมเศร้าบางตัวที่สามารถช่วยได้รักษาได้

 

กินคลอลาเจนให้ได้ผล

 คอลลาเจน มีรูปลักษณะเป็นอาหารเสริม ทั้งยังมีความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง เพราะคำโฆษณาของผลิตภัณฑ์ความงามที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด เช่น คอลลาเจน สามารถทำให้ผิวขาวขึ้นได้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ

คอลลาเจน คืออะไร

               คอลลาเจน คือเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง ขน และเส้นผม ช่วยทำให้ผิวหนังคงความเต่งตึง ยืดหยุ่นเรียบเนียน กระชับ อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบของกระดูกกระดูกอ่อน จึงมีการนำคอลลาเจนไปใช้ในคนไข้โรคข้อเข่าเสื่อม คนที่มีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกเปราะ เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้และได้รับจากอาหารหลายประเภทแต่ในคนที่มีอายุมากขึ้นโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ขึ้นไปพบว่าการสังเคราะห์คอลลาเจนจะลดลงหรือในผู้ที่มีปัจจัยบางอย่างทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายได้ง่าย เช่นผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่มีความเครียด ผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นต้นจึงได้รับคอลลาเจนที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียนและเกิดริ้วรอยได้

อะไรทำให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนไม่เพียงพอ

  • วัยสูงอายุ
    รังสี UV จากแสงแดด
    ความเครียด
    พักผ่อนไม่เพียงพอ
    สูบบุหรี่
    รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่
    ร่างกายเมื่อขาดคอลลาเจน
    ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนัง
    ผิวหนังเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย
    กระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ
    โรคข้อเสื่อม

เราพบคอลลาเจนได้จากที่ไหนบ้าง

ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง คลินิกเสริมความงาม  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม  ด้านการแพทย์

คอลลาเจน หาได้จากที่ไหนบ้าง

ร่างกายสามารถสร้างได้เองได้รับจากอาหารทั่วไป จำพวกเนื้อสัตว์ ผักผลไม้บางชนิดปลาทะเลน้ำลึกเช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู สาหร่ายทะเล เห็ดบางชนิด ผักใบเขียวเช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง คะน้า บล็อคโคลี่ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน  ที่พบตามท้องตลาดมักมาจากหนังปลา เกล็ดปลา หนังวัว หนังหมู กระดูกวัวเป็นต้น

คำแนะนำเกี่ยวกับการกินคอลลาเจน

คำแนะนำขององค์การอาหารและยาแนะนำว่าผู้ที่ต้องการกินคอลลาเจนเสริม สามารถกินเป็นอาหารเสริมได้ 5,000-7,000 มิลลิกรัม /วัน แต่ไม่ควรเกิน 10,000 มิลลิกรัม ต่อวัน เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้  ควรเลือกกินที่เป็นคอลลาเจนสายสั้น เพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนสายยาว โดยสังเกตที่ข้างกล่องผลิตภัณฑ์ตอนซื้อ ควรกินตอนท้องว่างแล้วดื่มน้ำตามมากๆ หรือกินควบคู่กับวิตามินซี เพื่อการดูดซึมที่ดี

พฤติกรรมที่ช่วยรักษาคอลลาเจนในร่างกาย

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด
  • อย่าเครียดหรือเครียดให้น้อยลง
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ หรือกินให้ครบ 5 หมู่
  • ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

กอดบำบัด

รู้หรือไม่ว่าการกอดนั้นมีพลังมากกว่าที่คุณคิด เพราะไม่ใช่แค่การส่งผ่านความรู้สึกที่ดีที่สุด แต่ยังมีผลช่วยเยียวยาด้านสุขภาพด้วยคนเรานั้นต้องการการกอดเฉลี่ยแล้ว 4 ครั้งต่อวันสำหรับเคสปกติ 8 ครั้งต่อวันสำหรับการรักษา และ 12 ครั้งต่อวันสำหรับการเติบโต มาดูกันว่าแค่การกอดเล็กๆ จะส่งผลต่อร่างกายและติดใจของคนเราได้อย่างไร

การกอดช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น

ข้อสนับสนุนอย่างหนึ่งที่เชื่อถือได้คือการกอดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความเครียด จากการศึกษาที่จัดขึ้นที่ Carnegie Mellon University และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กแสดงให้เห็นว่าการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการกอดช่วยลดโอกาสในการป่วย

การกอดช่วยให้ระบบประสาทของคุณดีขึ้น

การกอดช่วยกระตุ้นระบบประสาทโดยลดความรู้สึกเหงา ต่อสู้กับความกลัวภายในใจ และช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเองนอกจากนี้ให้กำลังใจผู้อื่นผ่านการสัมผัสยังช่วยให้พวกเขารู้สึกถึงความเห็นอกเห็นใจและรับรู้ไมตรีที่คุณมีให้อย่างชัดเจนที่สุด ดังนั้นจึงส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนๆ หนึ่งในทางบวก

การกอดช่วยให้ระดับความดันโลหิตในร่างกายดีขึ้น

จากการศึกษาได้พิสูจน์แล้วว่า การกอดนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพของหัวใจ ค้นพบว่ากลุ่มอาสาสมัครที่ใช้การกอดเป็นเครื่องรักษาความเครียดมีผลความดันโลหิตที่ลดลง รวมไปถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่มั่นคงขึ้น ดังนั้นหากกอดอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

การกอดทำให้คุณมีความสุขเพิ่มมากขึ้น

ออกซิโตซินเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้คุณรู้สึกมีความสุขและเชื่อมโยงกับผู้อื่น บ่อยครั้งมันถูกเรียกว่า “ฮอร์โมนกอด” เพราะระดับของมันจะเพิ่มขึ้นเมื่อเรากอดกับใครสักคนหรือสิ่งที่เรารักสักอย่าง ฮอร์โมนนี้มีผลอย่างมากต่อผู้หญิงโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการกอดอย่างสม่ำเสมอ

การกอดมีผลช่วยลดความเจ็บปวด

การศึกษาที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยนิวยอร์กแสดงให้เห็นว่าการสัมผัสบางรูปแบบสามารถช่วยลดอาการปวดได้ มีการจัดทำการทดลองที่เรียกว่า การสัมผัสเพื่อการบำบัด เพื่อช่วยให้คนที่มีอาการ รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงผู้ที่เข้าร่วมกล่าวว่าคุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้นหลังจากเข้ารับการรักษาด้วยการสัมผัสใน 6 ครั้ง เนื่องจากการกอดเป็นรูปแบบหนึ่งของการสัมผัสจึงสามารถช่วยลดอาการปวดได้เช่นกัน

การกอดช่วยเยียวยาความอ่อนเพลีย

ความหมายของการกอดของ Lena Forsell และ Jan Åström ได้แสดงให้เห็นว่าแค่การกอดเพียง 10 วินาทีสั้นๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าทางใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การกอดช่วยลดความวิตกกังวล

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าการกอดนั้นส่งผลทั้งต่อการกระตุ้นฮอร์โมนในร่างกาย และส่งผลให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้มันยังช่วยให้ลดความกังวลภายในจิตใจของคนเราได้เป็นอย่างดี

เห็นไหมว่าการกอดนั้นมีประโยชน์อย่างมากทั้งในแง่ของการแชร์ความรู้สึกและการเยียวยาอย่าลืมกอดคนที่รักในทุกๆวันนะ

 

 

วิธีลดความอ้วนเร่งด่วน

การลดความอ้วนด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่ายคุณเองก็ทำได้  หากมีความตั้งใจมากพอ การลดน้ำหนักนอกจากจะเป็นผลดีต่อบุคลิกภาพยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย วันี้เราเอาวิธีลดความผอมแบบเร่งด่วนมาฝากกันด้วยแหละ

สำหรับใครที่กำลังหาวิธีลดความอ้วนเร่งด่วนด้วยตัวเองวันนี้มีเคล็ดลับมา บอกจะมีวิธียังไง  เรามาดูเคล็ดลับกันเลยจ้า

จากคนอ้วนไม่เคยคิดว่าตัวเองอ้วนเลยและไม่เคยคิดจะลด  จนวันหนึ่ง จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงที่ไปเห็นกระจกแบบเต็มตัวในห้างก็ลองส่องดู แล้วก็มีคนผอมเพรียวหุ่นดีมาส่องข้างๆกัน ทันทีที่หันไปเห็นก็รู้สึกจุกที่กลางอก เลยทีเดียว

ใครที่ชอบชอบทานเค้ก ขนม พวกชาเย็น ชาเขียวนมสด เบเกอรี่ทุกชนิดทานเกือบทุกวันก็เลยทำให้น้ำหนักขึ้นเร็วมากๆ   และที่สำคัญทานอาหารเย็นมื้อหนักทุกวัน และทานข้าวพวกแป้งสีขาวเยอะ คำว่า อ้วน ก็เลยมาเยือน

เดือนแรกเราแนะนำใช้วิธีลดน้ำหนักแบบควบคุมอาหาร ยังไม่ออกกำลังกายเพราะว่า เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกาย เพราะรู้สึกเหนื่อยและน่าเบื่อไม่ชอบการวิ่งเลย จึงหาหลายๆวิธี แนะนำให้เล่น Cardio ทำตามในยูทูปรู้สึกกระชับ 2 เดือนที่่น้ำหนักลงด้วยวิธีควบคุมอาหารแบบไม่ออกกำลังกาย

สิ่งสำคัญที่สุดในการลดความอ้วนคือการคุมอาหาร น้ำหนักจะขึ้น หรือ ลดลงได้ 70% มาจากการกิน

1.งดจำพวกแป้งทุกชนิดทั้งขนม ข้าว

2.งดจำพวกของทานเล่นหรือของขบเคี้ยวระหว่างวัน ถ้าหิวก็ทานน้ำเปล่าและแอปเปิ้ลเขียว หรือกีวี่

3.เน้นทานผัก และเนื้อสัตว์ต่อมื้อไม่ควรเกิน 150 กรัม

4.ช่วงลดน้ำหนักแนะนำช่วงเย็นควรทานเป็นผลไม้แนะนำคือแอปเปิ้ลเขียว 1 ลูกหรือกีวี่ 2 ลูก เพราะแอปเปิ้ลเขียว น้ำตาลน้อย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในเส้นเลือด มีวิตามินซีสูง ที่สำคัญคืออิ่มท้อง

เมนูแนะนำ

มื้อเช้าเกาเหลาปลา 1 ชาม ไข่ต้ม 2 ฟอง ไก่ย่างอบ 1 ชิ้นต้มยำไก่ชามเล็ก

ผัดผักรวม สเต็กปลา 1 ชิ้น ต้มยำไก่ชามเล็ก สเต็กไก่สเต็กหมู

มื้อเที่ยง ส้มตำ ไก่ย่าง น้ำตก หรือปลาเผา เกาเหลาต้มยำชามเล็ก แกงจืดเต้าหู้ใส่ผักกาดขาว 1 ถ้วยเล็ก ปลานิลเผาเกลือตัวขนาเล็ก น้ำพริกหนุ่ม ปลานึ่ง ปลาทะทะเลต้มยำ กุ้งเผา 6 ตัว  ยำวุ้นเส้น เป็นต้น

มื้อเย็น แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูกหรือ กีวี่ 2 ลูก สลัดผักแบบไม่ใส่ครีมสลัด ซุปใส ใส่ไก่สัก4ชิ้นบาง

สิ่งสำคัญอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าเยอะๆระหว่างวัน  เพราะจะช่วยลดความหิว ไม่ทำให้โหย หรือเหี่ยว น้ำเปล่าทำให้ระบบภายในดีด้วย

ในการลดความอ้วน มีวิธีมาฝากกันอีกจะมีอะไรบ้างมาดูกัน

  • เลิกเครียด เพราะผู้หญิงที่เครียดมีแนวโน้มที่จะเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่า
  • จิบเบียร์วันละนิด สาวนักดื่มคงยิ้มร่ากับการลดความอ้วนวิธีนี้เพราะการจิบเบียร์ 2 แก้วต่อวันจะช่วยชะลอการแตกตัวของไขมันได้ถึง 73 เปอร์เซ็นต์!
  • ขยับเท้าเวลานั่ง   ระหว่างที่นั่งทำงาน เพราะการขยับเท้าเวลานั่งจะช่วยเบิร์นแคลอรีได้มากกว่าการนั่งเฉยๆ ถึง 100 แคลอรีเลยทีเดียวค่ะ
  • ออกกำลังกายวันละ 10 นาที  รู้มั้ยว่าแค่ออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ เพียงวันละ 10 นาที ให้เหงื่อได้ออกพอประมาณ ก็ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เป็นชั่วโมงแล้ว

 

หินมงคลนำโชค

            หินมงคลหรือหินนำโชคเป็นของมงคลที่ควรมีติดบ้านติดตัวไว้ วันนี้เราได้รวบรวม หินนำโชค หรือหินมงคลประจำเดือนเกิด มาฝากกัน ไว้สำหรับตกแต่งบ้านพร้อมทั้งช่วยเสริมฮวงจุ้ย ทั้งเรื่องการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ  ส่วนหินชนิดใดจะเหมาะกับราศีอะไรบ้างนั้น ก็ตามไปดูกันเลย

1. หยก

หยก เป็นหินนำโชคด้านการเงินและเป็นวัตถุมงคลสำคัญของจีนมาตั้งแต่อดีต ว่ากันว่าช่วยเสริมพลังงานชี่ได้ทุกรูปแบบ แต่ที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือด้านเงินทองและความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้แม้หลายคนจะชอบคิดว่าหยกมีสีเขียวแค่สีเดียว แต่ความจริงแล้วหินชนิดนี้มีสีสันให้เลือกเพียบ สามารถนำไปใช้เสริมฮวงจุ้ยได้ทุกด้านของบ้านหรือของแผนที่ปากัว เหมาะกับคนเกิดธาตุดิน หรือเกิดเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน เป็นพิเศษ โดยจะใช้แบบแกะสลักเป็นเครื่องรางหรือเครื่องประดับก็ได้

2. เทอร์ควอยซ์

เทอร์ควอยซ์ เป็นหินนำโชคด้านสุขภาพ ได้รับการยอมรับจากชาวอเมริกันพื้นเมืองว่า ช่วยเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและเสริมความกินดีอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นหินที่จัดอยู่ในธาตุน้ำ ช่วยดึงดูดเงินทองและความมั่งคั่งมาสู่เจ้าของได้อีกด้วย เลยทำให้เทอร์ควอยซ์กลายเป็นของมงคล ที่นำมาตกแต่งบ้านหรือใช้เป็นเครื่องประดับ เช่น แหวน ต่างหู และสร้อยคอ เหมาะสำหรับคนที่เกิดธาตุลม หรือคนที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์ มิถุนายน และตุลาคม เป็นพิเศษ

3. มาลาไคต์

มาลาไคต์ เป็นหินนำโชคด้านธุรกิจ ช่วยปัดเป่าพลังร้ายและความล้มเหลว ป้องกันความเสียหาย ความโชคร้าย พร้อมทั้งเสริมความสำเร็จลุล่วงไปในเวลาเดียวกัน ถือเป็นหินอีกหนึ่งชนิด ที่มีความสวยงาม โดดเด่น ลวดลายมีเสน่ห์ แถมยังนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายแบบ โดยจะใช้เป็นแหวนสวมใส่ติดตัวก็ได้ จะใช้เป็นของแต่งบ้านเหมาะกับคนที่เกิดธาตุดิน หรือคนที่เกิดในเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน นั่นเอง

4. อะเวนจูรีน

อะเวนจูรีน เป็นหินนำโชคด้านโอกาส เหมาะสำหรับคนที่จะเปิดกิจการใหม่ เพราะหินนี้จะช่วยนำความโชคดี มีชัย และอำนาจความมั่นคงมาสู่เจ้าของ เพียงแค่วางในบ้านหรือที่ทำงาน ก็ช่วยเพิ่มโอกาสดีๆ ได้มากมาย โดยหินอะเวนจูรีนสีเขียว พบได้มากที่สุด ถือเป็นหินแห่งโอกาสโดยตรง ช่วยเรื่องความมั่งคั่งร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง ควรเก็บไว้ใกล้ตัว อาจจะในรูปแบบเครื่องประดับหรือเครื่องรางก็ได้ หินอะเวนจูรีนสีฟ้า มีพลังหยางสูงมาก ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ส่วนหินอะเวนจูรีนสีแดง ช่วยเรื่องอำนาจ ความมั่นใจ และการปรับปรุงใหม่ เหมาะกับคนธาตุลม หรือคนที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์ มิถุนายน และตุลาคม มากที่สุด

5. แอมโมไนต์

แอมโมไนต์ หรือแอมโมไลต์ เป็นหินนำโชคด้านพลังงานชี่ มีต้นกำเนิดมาจากซากสัตว์ทะเลที่เคยอาศัยอยู่ในมหาสมุทร และเนื่องจากสีบางส่วนคล้ายกับเกล็ดของกิเลน สัตว์ในตำนานของจีน จึงเชื่อกันว่า หินมงคลชนิดนี้ช่วยเสริมเรื่องความร่ำรวย ความมั่งคั่ง ทรัพย์สมบัติ และการไหลเวียนของพลังงานชี่นั่นเอง เหมาะกับคนเกิดธาตุน้ำ หรือคนที่เกิดในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม กรกฎาคม และพฤศจิกายน

6. เฮมาไทต์

เฮมาไทต์ เป็นหินนำโชคด้านการเดินทาง เนื่องจากตามหลักฮวงจุ้ยมีชื่อเสียงเรื่องการป้องกันสูง นอกจากนี้ยังช่วยเสริมด้านการงานให้มีความก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง ดังนั้นเหมาะกับการนำไปตั้งไว้ในมุมการงานของบ้าน มีเคล็ดลับก็คือ ควรเลือกเป็นเฮมาไทต์ที่แกะสลักเป็นเต่า หนึ่งในสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ จะดีที่สุด ส่วนเฮมาไทต์สีดำเงา ควรสวมเป็นสร้อยข้อมือ ก็จะช่วยเสริมทั้งด้านการเดินทางและด้านเงินทอง เหมาะกับคนที่เกิดธาตุดิน หรือคนเกิดเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน นั่นเอง

7. ไพไรต์

ไพไรต์ หรือเพชรหน้าทั่ง เป็นหินนำโชคด้านความอุดมสมบูรณ์ สังเกตได้จากลักษณะที่เปรียบเสมือนการรวมตัวกันของชิ้นส่วนเล็ก ๆ มากมายจนสื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ด้วยรูปทรงสวยงามและเป็นทรงเรขาคณิต บวกกับสีทองแวววาวสะดุดสายตา หินชนิดนี้จึงเหมาะจะตั้งประดับบนโต๊ะหรือตู้ในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมแห่งความร่ำรวย หรืออาจจะเก็บไว้ใช้เป็นเครื่องรางพกติดตัว หรือทำเป็นเครื่องประดับ เช่น จี้สร้อยหรือต่างหูก็ได้ เหมาะกับคนเกิดธาตุดิน หรือคนที่เกิดเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน

8. แอมเบอร์

แอมเบอร์หรืออำพัน เป็นหินนำโชคด้านความสำเร็จ ได้มาจากการรวมตัวกันเป็นเวลานานหลายร้อยปีของน้ำในต้นไม้ และกลายเป็นหินล้ำค่า สีทองใสสวยงาม แถมบางชิ้นยังมีแมลงหรือเศษไม้ปะปนอยู่ภายใน ช่วยให้ดูลึกลับ สวยงาม และเป็นธรรมชาติ เชื่อกันว่าเป็นหินที่จะนำพาความสำเร็จและความโชคดีมาสู่ผู้ครอบครอง อีกทั้งยังช่วยป้องกันพลังงานไม่ดีไปในตัว สามารถร้อยเป็นลูกปัดใช้เป็นเครื่องประดับ แกะสลักเป็นเครื่องรางพกติดตัว หรือจะนำมาวางไว้ตามห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว หรือห้องหนังสือในบ้านก็ได้ เหมาะกับคนที่เกิดธาตุไฟ หรือคนที่เกิดเดือนเมษายน สิงหาคม และธันวาคม

9. เทกไทต์

เทกไทต์ คนรู้จักในชื่อสะเก็ดดาวหรืออุลกมณี เป็นหินนำโชคด้านการเรียน การทำงาน ได้มาจากอิทธิพลของดาวตก ตัวหินออกสีเขียวเข้มถึงน้ำตาล ขุ่นหนา และเป็นหลุมเป็นร่องจนกลายเป็นสีทองแวววาวเมื่อกระทบแสง ทางด้านความเป็นมงคลมีชื่อเสียงในเรื่องการปรับสมดุลของพลังงานและจิตใจ จะมีไว้ตกแต่งภายในบ้านหรือพกพาติดตัวก็ได้ ช่วยให้สบายใจมากขึ้น ส่งเสริมการงาน การเรียน และการสอบ รวมถึงได้เปรียบทางการเจรจาต่อรองด้วย เหมาะกับคนที่เกิดธาตุดินกับธาตุลม หรือคนที่เกิดในเดือนกุมภาพันธ์ มิถุนายน และตุลาคม

หินนำโชคเป็นของแต่งบ้านมงคล ช่วยเสริมฮวงจุ้ย ด้านการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ ไว้ตกแต่งบ้านก็ได้ จะเปลี่ยนมาเป็นเครื่องประดับก็ดี อย่าลืมหามาเก็บไว้สักชิ้นกันด้วยนะ

เม่นแคระตัวเล็กความน่ารักที่ไม่เล็ก

เป็นที่รู้จักของใครหลายๆคนสำหรับเพื่อนน้อยตัวเล็กที่พกความน่ารักที่ไม่เล็กมาให้เราได้เลี้ยงกันเจ้าเม่นแคระสัตว์เลี้ยงตัวน้อยขนหนาม แม้จะดูเหมือนตัวอันตราย แต่กลับเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ที่ทั้งเลี้ยงและดูแลไม่ยากเลย

  เม่นแคระเป็นสัตว์หากินเวลากลางคืนมีนิสัยร่าเริง ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง และไม่ได้ดุร้ายอะไรเลยอย่างที่คิด ใครที่มีความเชื่อผิดๆว่าเม่นจะสลัดขน อันตรายที่จริงไม่ใช่เลยน้องเพียงมีกลไกลในการป้องกันตัวเมื่อพบกับอันตรายเพียงเท่านั้น แต่ถ้าได้เลี้ยงสนิทคุ้นชินกันแล้วละก็ รับรองว่าต้องยกใจให้เจ้าน้องเม่นแคระกันหมดแน่ๆ

ลักาณะนิสัยของเจ้าน้องเม่นแคระคือ ตอนกลางวันอาจจะเห็นนอนขดเป็นก้อนกลมอยู่นิ่งๆ แต่พอพระอาทิตย์ตกดินเมื่อไหร่ เจ้าหนามตัวกลมจะออกมาวิ่งเล่นกันให้วุ่น สายพันธุ์ของเม่นแคระมีราว 15 สายพันธุ์ทั้งในเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา

เนื่องจากเม่นแคระมีขนาดตัวที่เล็กจิ๋ว จึงได้รับความนิยมเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านแล้ว แต่วิธีเลี้ยงและวิธีดูแลแตกต่างกับหมาและแมวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นตอนนอน ตอนให้อาหาร ฯลฯ เรามาดูวิธีการเลี้ยงและดูแลน้องกันเถอะ

 

กรงสำหรับเลี้ยง เนื่องจากเม่นแคระจัดเป็นสัตว์ที่ร่าเริงมาก ๆ ตอนกลางคืนจะชอบวิ่งเล่นทั่วกรง ดังนั้นขนาดกรงของเม่นแคระควรจะกว้างพอสมควร ถึงแม้ว่าเม่นแคระจะตัวเล็กมากๆ ก็ตาม ขนาดของกรงควรอยู่ที่ 18 x24 นิ้วขึ้นไป รองกรงด้วยขี้เลื่อยและควรจะมีของเล่น อย่างเช่น วงล้อ ให้พวกมันได้วิ่งเล่นด้วย สำหรับการทำความสะอาดให้เปลี่ยนขี้เลื่อย 2-3 วันต่อครั้ง

อาหาร เม่นแคระเป็นสัตว์ที่กินง่าย โดยส่วนใหญ่เม่นแคระจะกินอาหารแมว หนอนนก ไข่ต้ม และผักชิ้นเล็ก ๆ สำหรับปริมาณถ้าเป็นอาหารแมวควรให้ 1–2 ช้อนโต๊ะต่อวัน โดยให้ตอนเย็นครั้งเดียว อย่างไรก็ตามมีอาหารบางชนิดที่ไม่ควรให้เม่นแคระ ได้แก่ ถั่วต่าง ๆ ผลไม้อบแห้ง เนื้อสัตว์ดิบ องุ่น ลูกเกด หัวหอม ขนมปัง อะโวคาโด นมสดและผลิตภัณฑ์นมต่าง ๆ

อาบน้ำ เนื่องจากผิวหนังของเม่นแคระบอบบางมาก การอาบน้ำควรอาบให้สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น โดยให้อาบในอ่างหรือกะละมังเล็ก ๆ  ใช้น้ำอุ่น และแชมพูที่ใช้ควรเป็นสูตรอ่อนโยนพิเศษ สามารถใช้ได้ทั้งเด็กหรือแชมพูสัตว์ก็ได้

 

การตัดเล็บ การตัดเล็บให้แม่นแคระควรตัดในระหว่างอาบน้ำหรือหลังอาบน้ำเพราะเล็บจะอ่อน ทำให้ตัดง่าย ให้ใช้กรรไกรตัดเล็บขนาดเล็กค่อย ๆ ตัดและตัดเฉพาะส่วนที่เป็นสีใสยื่นยาวออกมาเท่านั้น เพื่อไม่ให้เข้าไปในเนื้อเกิดอาการบาดเจ็บให้น้องเม่นได้นะ

เป็นยังไงบ้างความน่ารักของน้อง สามารถไปหาเลี้ยงกันได้ในประเทศไทยมีการเพาะพันธุ์กันอย่างมากมายราคาน้องเริ่มต้นที่500 บาท ไปจนถึงหลักพันกันเลยจ้า